Drug name: DHA
Description: DHA (Docosahexaenoic Acid) หรือดีเอชเอ เป็นกรดไขมันโอเมก้า 3 ชนิดหนึ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยเป็นส่วนประกอบของเซลล์ทุกเซลล์ มีหน้าที่สำคัญในการทำงานของระบบประสาทและสมอง DHA จึงเป็นสารอาหารสำคัญสำหรับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์และทารก พบมากในปลาทะเลน้ำเย็น เช่น ปลาแมคเคอเรล ปลาทูน่า ปลาแซลมอน เป็นต้น และพบได้บ้างในเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ๆ รวมถึงไข่ไก่ หลายคนนิยมใช้อาหารเสริม DHA เพื่อบำรุงสุขภาพร่างกายหรือรักษาโรคต่าง ๆ ซึ่งแม้จะมีงานวิจัยบางส่วนชี้ว่าการกินอาหารเสริมชนิดนี้อาจช่วยช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคบางชนิด แต่ก็มีจำนวนค่อนข้างจำกัดและยังไม่น่าเชื่อถือพอที่จะยืนยันว่าได้ผลจริง ตัวอย่างสรรพคุณของ DHA ที่มีการกล่าวอ้างถึง ได้แก่ DHA ในรูปแบบอาหารเสริม มีข้อห้ามใช้ในผู้ป่วยบางรายและอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้เสมอ เกี่ยวกับ DHA คำเตือนในการ DHA ปริมาณการใช้ DHA ปริมาณและระยะเวลาในการใช้ DHA ขึ้นอยู่กับวัย จุดประสงค์ของการใช้ และดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา โดยมีตัวอย่างการใช้ ดังนี้ ผลข้างเคียงจากการใช้ DHA นอกจากนี้ ผู้ที่ใช้ DHA ในปริมาณมากเกินไป กำลังใช้ยาบางชนิดร่วมด้วย หรือมีโรคประจำตัวบางอย่าง อาจได้รับผลข้างเคียงอื่น ๆ จากการใช้อาหารเสริมชนิดนี้ ดังนี้ ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับ :DHA (ดีเอชเอ)
กลุ่มยา
อาหารเสริม
ประเภทยา
ยาตามใบสั่งแพทย์ ยาหาซื้อได้เอง
สรรพคุณ
บำรุงสมอง เสริมกรดไขมัน DHA
กลุ่มผู้ป่วย
ผู้สูงอายุ ผู้ใหญ่ เด็ก
รูปแบบของยา
ยารับประทานชนิดแคปซูล
ปริมาณที่ใช้โดยทั่วไป
น้ำมันปลาปริมาณ 5 กรัม มี DHA เป็นส่วนประกอบปริมาณ 72-312 มิลลิกรัม และมี EPA ปริมาณ 169-563 มิลลิกรัม
ผู้ใหญ่ รับประทานอย่างน้อย 250-500 มิลลิกรัม/วัน
เด็ก อายุต่ำกว่า 2 ปี รับประทานปริมาณ 10-12 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ส่วนเด็กอายุ 2 ปี ขึ้นไปอาจรับประทานปริมาณไม่เกิน 250 มิลลิกรัม/วัน
หญิงที่ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร รับประทานอย่างน้อย 200 มิลลิกรัม หรือรับประทาน DHA ที่ผสมกับ EPA ในปริมาณ 300-900 มิลลิกรัม/วัน
ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับความทรงจำหรือการรับรู้ รับประทานปริมาณ 500–1,700 มิลลิกรัม/วัน อาจช่วยพัฒนาการทำงานของสมอง
การใช้ DHA
การใช้ DHA อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง ได้แก่ คลื่นไส้ ท้องอืด เกิดรอยช้ำตามร่างกาย มีเลือดออกเป็นเวลานาน เป็นต้น ส่วนการใช้น้ำมันปลาซึ่งมี DHA เป็นส่วนประกอบ อาจทำให้มีอาการข้างเคียงบางอย่างได้เช่นกัน เช่น ท้องอืด เลือดกำเดาไหล ท้องเสีย และมีกลิ่นคาวปลาในปาก ซึ่งการรับประทานพร้อมอาหารจะช่วยลดผลข้างเคียงเหล่านี้ได้ แต่หากอาการดังกล่าวไม่หายไป อาการแย่ลง หรือพบอาการผิดปกติอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ ผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์ทราบ